เครื่องช่วยฟัง G26RL ระบบดิจิตอล ทัดหลังหู ชาร์จแบต

เครื่องช่วยฟัง G26RL ระบบดิจิตอล ทัดหลังหู ชาร์จแบต

ชื่อผลิตภัณฑ์ : เครื่องช่วยฟัง G26RL

ราคา 2,290 บาท จากราคาปรกติ 2,990 บาท

>>>>>>>สั่งซื้อเครื่องช่วยฟังG26RL<<<<<<

วัตถุประสงค์ในการใช้ : อุปกรณ์เหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้มีปัญหาทางการได้ยิน ได้รับเสียงมากขึ้น และช่วยผู้บกพร่องทางการได้ยินให้เพลิดเพลินกับทีวี ดนตรี การประชุม การสื่อสารกับครอบครัว เพื่อน ฯลฯ..

ข้อบ่งใช้ เครื่องช่วยฟัง G26RL : สำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ที่ต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการสูญเสียการได้ยิน

รายละเอียด เครื่องช่วยฟัง G26RL

  • เครื่องช่วยฟังเกี่ยวหู ระบบดิจิตอล -ชาร์จแบตเตอรี่
  • ชาร์จแบตเตอรี่เต็มใช้งานได้สูงสุด 40 ชั่วโมง
  • เหมาะสำหรับผู้เสียการได้ยินปานกลาง ถึงรุนแรง
  • ปรับระดับเสียงได้เอง มีสวิตช์เปิด/ปิด
  • มีโหมดช่องเสียง 4ช่อง สำหรับตัดเสียงรบกวน
  • 1 ชุด มี 1 ข้าง ใช้ได้ทั้งหูซ้าย และหูขวา
  • ใช้อะแดปเตอร์จ่ายไฟ USB DC5v
  • ชาร์จแบตเตอรี่ได้ประมาณ 500 ครั้ง

วิธีการใช้ เครื่องช่วยฟัง G26RL

  • เครื่องช่วยฟังของคุณแบ่งออกเป็นสามส่วน ตัวเครื่องช่วยฟัง,ท่อสำเสียง และ หูยาง
  • เสียบหูยางเข้ากับปลายข้องอท่อ
  • ตัดท่อนำเสียงให้พอดีกับความยาวพอดี โดยให้ท่อตรง ไม่งอ ไม่พับ
  • ควรตัดทีละน้อย ครั้งละ 1มิลลิเมตร เพื่อไม่ให้ตัดสั้นเกินไป–
  • จับปลายท่อเสียบเข้ากับตัวเครื่องช่วยเครื่องฟัง ทำการบิดท่อเข้าไปจนถึงจุดล๊อค

วิธีใส่เครื่องช่วยฟัง

  • เปลี่ยนเสียงเป็นเบาสุด หรือ ปิดเครื่อง ก่อนใส่เข้าไปใส่หู
  • รักษาหูยางให้สะอาดอยู่เสมอ และใช้ผ้าแห้งทำความสะอาดตัวเครื่อง
  • เลือกหูยางให้พอดีกับรูหู ไม่ให้อากาศเข้าไป เพื่อลดเสียงสะท้อน
  • ถ้าเกิดเสียงสะท้อน ให้ทำการเลือกหูยางที่แน่น พื่อหาหูยางที่เหมาะกับหูคนใช้ โดยไม่มีอากาศเข้าไป
  • ใส่เข้าไปในรูหูแล้วค่อยๆเพิ่มเสียง อย่าให้เกิดเสียงหวีด

วิธีการชาร์ตแบตเตอรี่เครื่องช่วยฟัง

  • เมื่อเสียงเครื่องช่วยฟังได้ยินเบาลง หรือ ไม่ได้ยิน เกิดจากที่แบตเตอรี่ต่ำ และจะได้ยินเสียง “บี๊บ” ให้ชาร์จแบตเตอรี่ทันที
  • ปิดเครื่องช่วยฟังทุกครั้ง ถ้าต้องการชาร์จ เสียบปลั๊ก DC.5V/50mA-1A กับที่ชาร์จ
  • เสียบปลั๊ก USB เข้ากับปลั๊กไฟ หรือแหล่งจ่ายไฟภายนอก
  • เครื่องช่วยฟังใหม่ควรจะชาร์จ 6 ชั่วโมง ในช่วงแรกๆที่คุณใช้ หลังจากนั้นใช้เวลาเพียง 4-6ชั่วโมง สำหรับชาร์จ
  • แบตเตอรี่ ลิเที่ยม 60mAh สามารถใช้ได้ประมาณ 100ชั่วโมง ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง

ข้อสำคัญ: อย่าใช้เครื่องช่วยฟังชาร์จกับตัวชาร์จชนิดอื่น และไม่แกะแบตเตอรี่ของเครื่องออกม

การปรับโหมดเครื่อง: เมื่อเกิดเสีียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม ได้ยินเสียงลม หรือเสียงซ่า มากเกินไป คุณสามารถกดปุ่ม โหมด การทำงาน คุณจะได้ยินเสียง “บี๊บ” ทุกๆครั้งที่คุณเปลี่ยน โหมดการทำงาน

  • โหมด ปรกติ 1 บี๊บ
  • โหมด ตัดเสียงรบกวน 2บี๊บ
  • โหมด ตัดเสียงรบกวน 3บี๊บ
  • โหมด ตัดเสียงรบกวน 4บี๊บ

การปรับเสียง

สามารถเพิ่ม/ลดเสียงได้ด้วยตนเอง โดยปุ่มบน(ปุ่มเล็ก) ใช้ลดเสียง และ ปุ่มล่าง(ปุ่มใหญ่) ใช้เพิ่มเสียง

หากเพิ่มเสียงมากเกินไป จะมีอาการหอน ให้นำใส่หูก่อนแล้วค่อยๆเพิ่มเสียง

**สำหรับผู้ใช้บางท่านที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินปรับเสียงให้แล้ว ให้ท่าทำการบันทึก ระดับเสียง หรือถ่ายรูปเอาไว้ เพื่อให้สามารถปรับกลับได้เมื่อคุณลดเสียงก่อนใส่เข้าในรูหู

วิธีเก็บรักษา

  • ปิดเครื่องทุกครั้งหลังใช้งาน
  • ถอดถ่านหากไม่ใช้เครื่องเป็นเวลานาน
  • ควรทำความสะอาดที่ลำโพงและไมโครโฟน โดยใช้แปรงขนอ่อน
  • ถอดหูยางออกจากเครื่องช่วยฟังใช้แปรงที่อยู่ในชุดสินค้าปัดทำความสะอาดขี้หู, สิ่งสกปรกหรือเศษสิ่งของต่างๆในหูยางและเครื่องช่วยฟัง
  • หูยางสามารถล้างได้ในน้ำอุ่นแต่ก่อนใช้ต้องเช็ดให้แห้งหากมีน้ำหรือชื้น อาจจะทำให้เครื่องช่วยฟังเสียหายได้
  • ไม่เปิดเครื่องในขณะที่เครื่องอยู่ในกล่อง หรือ ที่แคบที่กำแพงล้อมเครื่อง ให้เกิดเสียงสะท้อน

ข้อควรระวัง

  • ถ้ามีเสียงหวีดหอนให้ตรวจสอบหูยางว่าขนาดเหมาะสมกับหูของเราหรือไม่
  • อย่าเปิดระดับเสียงสูงเป็นเวลานาน อาจจะทำให้คุณเสียการได้ยินได้
  • อย่าให้เครื่องโดนน้ำเหงื่อ หลีกเลี่ยงอากาศ หลังฝนตกหรือพื้นที่ชื้น และอย่าให้เครื่องโดนแสงแดด หรือสิ่งที่ให้ความร้อน
  • การตกหรือโดนน้ำเพียงเล็กน้อย อาจจะทำให้เครื่องเสียหายได้
  • อย่าถอดหรือแกะเครื่องช่วยฟังเอง
  • เก็บเครื่องช่วยฟังให้พ้นมือเด็ก
  • ใช้ตัวชาร์จกับปลั๊กไฟให้ถูกสเปกเท่านั้น หากไม่ทราบ ให้ใช้ตัวที่อยู่ในชุดสินค้า

ข้อห้าม

  • ไม่สามารถใช้สำหรับเด็กได้
  • ห้ามใช้งานหากมีโรคหู

วิธีการแก้ปัญหาเมื่อเครื่องไม่ทำงาน

  • เครื่องปิดอยู่ ให้ผู้ใช้ลองเปิดเครื่องอีกครั้ง
  • หากเปิดแล้ว เป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่หมด ให้ทำการชาร์จแบตเตอรี่

วิธีการแก้ปัญหาเสียงเบา

  • ปุ่มเสียงอยู่ในตำแหน่งเสียงเบา ให้ทำการเพิ่มเสียง
  • หากเพิ่มจนสุดแล้ว เป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่ต่ำ ให้ทำการชาร์จแบตเตอรี่

แผนผังเครื่อง

คุณลักษณะจำเพาะของเครื่อง

  • Max sound output: 135 ±3dB (เสียงออกสูงสุด)
  • Full on Acoustic Gain: ≤ 55dB (เพิ่มเสียงได้สูงสุด)
  • Frequency range: 300-4500Hz (ช่วงคลื่นความถี่)
  • THD Ratio: ≤ 2% (at 1600 Hz) (ความผิดเพี้ยนของคลื่นฮาร์มอนิกทั้งหมด)
  • Input noise: ≤ 18dB (รับเสียงรบกวน)

สินค้าภายในกล่อง

  1. กล่องสี
  2. เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังหู ดิจิตอล 1 ชิ้น
  3. หูยางสำหรับเปลี่ยนให้เหมาะกับแต่ละหู 4 ชิ้น
  4. ท่อยางนำเสียง 2 ชิ้น
  5. ข้องอเชื่อต่อหูยางกับท่อนำเสียง
  6. คู่มือภาษาไทย/อังกฤษ
  7. แปรงทำความสะอาด
  8. ปลั๊กไฟ DC adapter
  9. แท่นชาร์จ Power charger

>>>>>>>สั่งซื้อเครื่องช่วยฟังG26RL<<<<<<

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 095-7040095 หรือ Line : @greatears

ดูเครื่องช่วยฟัง ทัดหลังหู ทั้งหมด

ดูเครื่องช่วยฟัง ระบบดิจิตอล ทั้งหมด

ดูเครื่องช่วยฟัง ชาร์จแบตทั้งหมด

ติดต่อผ่าน Facebook

การเลือกเครื่องช่วยฟังต้องดูอะไรบ้าง ?

  1. ประเภทและระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยิน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการเลือกกำลังขยายของเครื่องช่วยฟังเพื่อให้เหมาะสมกับระดับการได้ยินของผู้ป่วย
  2. อายุ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นอาจมีปัญหาของกล้ามเนื้อมือซึ่งมักจะอ่อนแรงหรือเกิดอาการสั่น หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ทำให้มีความลำบากในการหยิบจับ การปรับปุ่มต่างๆ ของเครื่องช่วยฟัง ส่วนการเลือกเครื่องช่วยฟังในเด็กนั้นจะมีข้อ จำกัดในการเลือกชนิดของเครื่องช่วยฟัง เนื่องจากสภาพการเจริญเติบโตของช่องหู ดังนั้นในเด็กที่มีอายุน้อยกว่านี้ควรใส่เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหูเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนพิมพ์หูเมื่อมีขนาดของช่องหูใหญ่ขึ้น
  3. อาชีพอาชีพเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องนำมาพิจารณาในการเลือกเครื่องช่วยฟังให้เหมาะสมกับผู้ป่วย เช่น ในผู้ป่วยบางรายที่ประกอบอาชีพที่ต้องมีการติดต่อสื่อสารหรือพบปะผู้คนในสังคม อาจมีความต้องการใช้เครื่องช่วยฟังที่มีขนาดเล็กและผู้อื่นมองเห็นไม่ชัดเจน เพื่อภาพลักษณ์ทางสังคม
  4. รูปแบบของเครื่องช่วยฟังและความสะดวกในการใช้งานรูปแบบของเครื่องช่วยฟัง และความสะดวกในการใช้งาน ขึ้นอยู่กับความต้องการและรูปแบบการใช้งานของผู้ป่วย
  5. งบประมาณเครื่องช่วยฟังมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเครื่องช่วยฟัง ซึ่งการเลือกเครื่องช่วยฟัง ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ป่วยและความจำเป็นในการใช้งาน

หลักในการเลือกเครื่องช่วยฟัง

การได้ทดลองฟังเสียงเปรียบเทียบในเครื่องช่วยฟังแต่ละรุ่นจะช่วยในการตัดสินใจซื้อได้อย่างดีที่สุด นอกจากนี้ยังต้อคำนึงถึง

  • งบประมาณ
  • รูปแบบ ทั้งแบบกล่อง แบบทัดหลังหู แบบใส่ในช่องหู แต่ละแบบ จะมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน
  • ระบบคุณภาพเสียง
  • แบบธรรมดา (Analog) เป็นระบบการขยายเสียงที่เป็นมาตรฐานทั่วไป คือ ขยายทุกเสียงที่ผ่านเข้ามาจึงอาจจะก่อให้เกิดความรำคาญสำหรับผู้ที่ใช้งานได้
  • แบบดิจิตอล (Digital) เป็นพัฒนาการล่าสุดของเครื่องช่วยฟังสามารถขยายเสียงพูดได้ชัดเจน ลดเสียงรบกวนได้มาก และสามารถปรับแต่เสียงได้ตามความต้องการ
  • กำลังขยาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังระบบใดก็ตาม ควรเลือกเครื่องที่มีกำลังขยายเพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้
  • แหล่งที่ซื้อ ความเชื่อมั่นว่าท่านจะได้เครื่องที่มีคุณภาพจริง รวมทั้งการบริการหลังการขายความสะดวกสบายในการรับบริการ
  • บริการหลังการขายเครื่องช่วยฟังในปัจจุบันมีด้วยกันหลายยี่ห้อและหลายบริษัท ฉะนั้นการบริการหลังการขายจึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจเลือกเครื่องช่วยฟัง เพราะเครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่ต้องการผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการซ่อมแซมเมื่อเครื่องช่วยฟังมีปัญหา (แล้วบอกว่าร้านเราประกันอย่างไร)

ข้อจำกัดของเครื่องช่วยฟัง

  • คุณภาพเสียงมักไม่เป็นธรรมชาติคล้ายเสียงที่ผ่านลำโพง
  • ความชัดเจนของเสียงจะขึ้นอยู่กับประสาทการได้ยินที่คงเหลืออยู่ของผู้ป่วยแต่ละราย
  • การใส่เครื่องช่วยฟังไม่มีผลต่อการรักษาโรคหูหรือทำให้การสูญเสียการได้ยินของผู้ป่วยหายไป
  • รุ่นอนาล๊อกเสียงจะไม่ใสเท่ารุ่นที่เป็นดิจิตอล
  • ระบบดิจิตอลมีราคาสูงกว่าระบบอนาล๊อก
  • ยิ่งเครื่องช่วยฟังเปิดเสียงได้ดังเท่าไร ก็จะมีเสียงหวีดหอนตามมา แต่ต้องแก้ไขได้

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องช่วยฟัง

  • ท่านสามารถขอข้อมูลของเครื่องช่วยฟังได้จากแพทย์ หู คอ จมูก หรือนักโสตสัมผัสวิทยา (นักแก้ไขการได้ยิน) เพื่อไปศึกษาก่อนตัดสินใจใช้เครื่องช่วยฟัง
  • การใช้เครื่องช่วยฟัง ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาและความอดทน เมื่อคุ้นเคยแล้วจะทำให้ ท่านมีความสุขในการฟังเสียงจากเครื่องช่วยฟัง ท่านควรฝึกปรับตัวกับเสียงในสิ่งแวดล้อม หมุนเปลี่ยนระดับความดังเมื่อจำเป็นเท่านั้น ควรใช้ระดับความดังเสียงปกติที่ตั้งไว้
  • เมื่อไปในที่ที่มีเสียงดังมากๆ รู้สึกทนไม่ไหว ให้ถอดเครื่องเก็บ
  • ฝึกฟังแยกแยะเสียงที่คล้ายกัน เช่น ฟัน-ดัน , กบ-ขบ เป็นต้น ซึ่งอาจใช้การอ่านปากช่วย
  • หากมีปัญหาให้รีบมาพบนักแก้ไขการได้ยิน

เราขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยทุกท่าน อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ค่อยๆใส่ ให้เกิดความเคยชิน นะครับ