เครื่องช่วยฟัง G12 ระบบอนาล็อก ใส่ในหู ชาร์จแบต

เครื่องช่วยฟัง G12 ระบบอนาล็อก ใส่ในหู ชาร์จแบต

ชื่อผลิตภัณฑ์ : เครื่องช่วยฟัง G12

ราคา 930 บาท จากราคาปรกติ 990 บาท

>>>>>>>สั่งซื้อเครื่องช่วยฟังG12<<<<<<

วัตถุประสงค์ในการใช้ : อุปกรณ์เหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้มีปัญหาทางการได้ยิน ได้รับเสียงมากขึ้น และช่วยผู้บกพร่องทางการได้ยินให้เพลิดเพลินกับทีวี ดนตรี การประชุม การสื่อสารกับครอบครัว เพื่อน ฯลฯ..

ข้อบ่งใช้ เครื่องช่วยฟัง G12 : สำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ที่ต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการสูญเสียการได้ยิน

รายละเอียด เครื่องช่วยฟัง G12

  • เครื่องช่วยฟังใส่ในหู ระบบอนาล็อก-ชาร์จแบตเตอรี่
  • ชาร์จแบตเตอรี่เต็มใช้งานได้สูงสุด 50 ชั่วโมง
  • เหมาะสำหรับผู้เสียการได้ยินเล็กน้อย ถึงปานกลาง
  • ปรับระดับเสียงได้เอง มีสวิตช์เปิด/ปิด
  • 1 ชุด มี 1 ข้าง ใช้ได้ทั้งหูซ้าย และหูขวา
  • ใช้อะแดปเตอร์จ่ายไฟ USB DC5v
  • ชาร์จแบตเตอรี่ได้ประมาณ 500 ครั้ง

วิธีการใช้

เครื่องช่วยฟัง G12 ระบบอนาล็อก
  • เสียบหูยางกับเครื่องช่วยฟัง (ตามภาพที่1)
  • เลื่อนสวิตช์ไปที่ “ON” ลดเสียงให้ต่ำ แต่พอได้ยิน (ตามภาพที่2)
  • ใส่เครื่องช่วยฟังไปกับหู (ตามภาพที่3) เสียบให้พอดีหู ปรับมุมให้อยู่ตำแหน่งที่เหมาะสม
  • ทำการเพิ่มเสียงตามความต้องการ หากมีอาการหอนให้ปรับมุมอีกครั้ง หรือ ทำการเปลี่ยนหูยางให้เสียบหูได้แน่น
  • หากยังมีเสียงหอน ให้ทำการลดเสียง รุ่นนี้ไม่สามารถเปิดเสียงสูงได้ เนื่องจากเป็นข้อจำกัดของรุ่นที่มีขนาดเล็ก

วิธีการชาร์จแบตเตอรี่เครื่องช่วยฟัง

เครื่องช่วยฟัง G12 ระบบอนาล็อก
  • ปิดเครื่องก่อนชาร์จ
  • วางเครื่องช่วยฟังบนแท่นชาร์จ ให้เข็มบนเครื่องช่วยฟังสัมผัสกับเข็มบนแท่นชาร์จ (ตามภาพที่4 และ 5)
  • เสียบปลายสาย USB ที่แท่นชาร์จ (ตามภาพที่6)
  • เสียบต้นสาย USB กับตัว อะแดปเตอร์ และเสียบกับปลั๊กที่เหมาะสม
  • เมื่อเสียบปลั๊กแล้วเครื่องจะเริ่มชาร์จ ไฟสีแดงจะขึ้นมา
  • ไฟแดงจะแสดงเมื่อทำการชาร์จ และไฟเขียวจะขึ้นหากแบตเตอรี่เต็ม
  • ใช้งานครั้งแรก ทำการปรับแบตเตอรี่ โดยการชาร์จ 6ชม. หากสัญญาณไฟสีเขียวแสดง แสดงว่าแบตเตอรี่เต็ม ให้ชาร์จต่อไปจนครบ 6ชม. ก่อน
  • ไม่ควรเปลี่ยนอะแดปเตอร์ หากมีความจำเป็นต้องตรวจสอบกำลังไฟอะแดปเตอร์ตัวใหม่ให้เหมือนกับของเดิม

วิธีเก็บรักษา

  • ปิดเครื่องทุกครั้งหลังใช้งาน
  • ถอดถ่านหากไม่ใช้เครื่องเป็นเวลานาน
  • ควรทำความสะอาดที่ลำโพงและไมโครโฟน โดยใช้แปรงขนอ่อน
  • ถอดหูยางออกจากเครื่องช่วยฟังใช้แปรงที่อยู่ในชุดสินค้าปัดทำความสะอาดขี้หู, สิ่งสกปรกหรือเศษสิ่งของต่างๆในหูยางและเครื่องช่วยฟัง
  • หูยางสามารถล้างได้ในน้ำอุ่นแต่ก่อนใช้ต้องเช็ดให้แห้งหากมีน้ำหรือชื้น อาจจะทำให้เครื่องช่วยฟังเสียหายได้
  • ไม่เปิดเครื่องในขณะที่เครื่องอยู่ในกล่อง หรือ ที่แคบที่กำแพงล้อมเครื่อง ให้เกิดเสียงสะท้อน

ข้อควรระวัง

  • ถ้ามีเสียงหวีดหอนให้ตรวจสอบหูยางว่าขนาดเหมาะสมกับหูของเราหรือไม่
  • อย่าเปิดระดับเสียงสูงเป็นเวลานาน อาจจะทำให้คุณเสียการได้ยินได้
  • อย่าให้เครื่องโดนน้ำเหงื่อ หลีกเลี่ยงอากาศ หลังฝนตกหรือพื้นที่ชื้น และอย่าให้เครื่องโดนแสงแดด หรือสิ่งที่ให้ความร้อน
  • การตกหรือโดนน้ำเพียงเล็กน้อย อาจจะทำให้เครื่องเสียหายได้
  • อย่าถอดหรือแกะเครื่องช่วยฟังเอง
  • เก็บเครื่องช่วยฟังให้พ้นมือเด็ก
  • ใช้ตัวชาร์จกับปลั๊กไฟให้ถูกสเปกเท่านั้น หากไม่ทราบ ให้ใช้ตัวที่อยู่ในชุดสินค้า

ข้อห้าม

  • ไม่สามารถใช้สำหรับเด็กได้
  • ห้ามใช้งานหากมีโรคหู

วิธีการแก้ปัญหาเมื่อเครื่องไม่ทำงาน

  • เครื่องปิดอยู่ ให้ผู้ใช้ลองเปิดเครื่องอีกครั้ง
  • หากเปิดแล้ว เป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่หมด ให้ทำการชาร์จแบตเตอรี่

วิธีการแก้ปัญหาเสียงเบา

  • ปุ่มเสียงอยู่ในตำแหน่งเสียงเบา ให้ทำการเพิ่มเสียง
  • หากเพิ่มจนสุดแล้ว เป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่ต่ำ ให้ทำการชาร์จแบตเตอรี่
เครื่องช่วยฟัง G12 ระบบอนาล็อก

คุณลักษณะจำเพาะของเครื่อง

  • Max sound output: 126 ±3dB (เสียงออกสูงสุด)
  • Full on Acoustic Gain: ≤ 40dB (เพิ่มเสียงได้สูงสุด)
  • Frequency range: 400-4500Hz (ช่วงคลื่นความถี่)
  • THD Ratio: ≤ 2% (at 1600 Hz)(ความผิดเพี้ยนของคลื่นฮาร์มอนิกทั้งหมด)
  • Input noise: ≤ 28dB (รับเสียงรบกวน)
คุณสมบัติ เครื่องช่วยฟัง Hearing Aids G12

สินค้าภายในกล่อง

  1. กล่องสี
  2. เครื่องช่วยฟังแบบเสียบหู
  3. หูยางสำหรับเปลี่ยนให้เหมาะกับแต่ละหู 5 ชิ้น
  4. คู่มือภาษาไทย/อังกฤษ
  5. แปรงทำความสะอาด
  6. ปลั๊กไฟ DC adapter
  7. แท่นชาร์จ Power charger
  8. สาย USB

>>>>>>>สั่งซื้อเครื่องช่วยฟังG12<<<<<<

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 095-7040095 หรือ Line : @greatears

ดูเครื่องช่วยฟัง ใส่ในหู ITE ทั้งหมด

ดูเครื่องช่วยฟัง ระบบอนาล็อก ทั้งหมด

ดูเครื่องช่วยฟัง ชาร์จแบตทั้งหมด

ติดต่อผ่าน Facebook

ข้อจำกัดของเครื่องช่วยฟัง

  • คุณภาพเสียงมักไม่เป็นธรรมชาติคล้ายเสียงที่ผ่านลำโพง
  • ความชัดเจนของเสียงจะขึ้นอยู่กับประสาทการได้ยินที่คงเหลืออยู่ของผู้ป่วยแต่ละราย
  • การใส่เครื่องช่วยฟังไม่มีผลต่อการรักษาโรคหูหรือทำให้การสูญเสียการได้ยินของผู้ป่วยหายไป
  • รุ่นอนาล๊อกเสียงจะไม่ใสเท่ารุ่นที่เป็นดิจิตอล
  • ระบบดิจิตอลมีราคาสูงกว่าระบบอนาล๊อก
  • ยิ่งเครื่องช่วยฟังเปิดเสียงได้ดังเท่าไร ก็จะมีเสียงหวีดหอนตามมา แต่ต้องแก้ไขได้

เครื่องช่วยฟัง คือ เครื่องขยายเสียงขนาดเล็กที่สามารถใส่ติดไว้ที่หู เพื่อทำหน้าที่ขยายเสียงพูดและเสียงจากสิ่งเเวดล้อมภายนอก ทำให้ผู้ฟังได้ยินเสียงดังขึ้น โดยเครื่องช่วยฟังจะ ไม่สามารถเลือกขยายเสียงเฉพาะเสียงคำพูดโดยไม่มีเสียงรบกวนได้  เครื่องช่วยฟังถือเป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

ประกอบด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น ไมโครโฟน ลำโพง และเครื่องขยายเสียง ปัจจุบันมีสองระบบ คือดิจิตอล กับ อนาล๊อก

วัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สุดของการเลือกเครื่องช่วยฟังก็เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้การได้ยินที่เหลืออยู่(Residual hearing)ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ได้เครื่องที่มีเสียงรบกวนน้อยที่สุดซึ่งจะส่งผลให้การฟังเข้าใจคำพูดดีขึ้น มีความเพี้ยนของเสียงที่ได้ยินน้อยลง

เมื่อไรถึงจะใช้เครื่องช่วยฟัง ?

  • ผู้ป่วยที่สูญเสียการได้ยินซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการให้ยาหรือการผ่าตัด
  • การสูญเสียการได้ยินนั้นมีผลกระทบต่อการสื่อความหมายด้วยการฟังและการพูด
  • การสูญเสียการได้ยินที่มีผลกระทบต่อพัฒนาการทางภาษาและการพูดในเด็ก
  • ผู้ป่วยสูญเสียการได้ยินจากโรคหูที่อาจได้รับประโยชน์จากการผ่าตัด แต่มีข้อห้ามในการผ่าตัดหรือปฏิเสธการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคหูนั้นๆ เช่น เป็นโรคหัวใจ เหลือการได้ยินเพียงข้างเดียว อีกข้างหนึ่งหูหนวก เป็นต้น

การเลือกเครื่องช่วยฟังต้องดูอะไรบ้าง ?

  1. ประเภทและระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยิน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการเลือกกำลังขยายของเครื่องช่วยฟังเพื่อให้เหมาะสมกับระดับการได้ยินของผู้ป่วย
  2. อายุ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นอาจมีปัญหาของกล้ามเนื้อมือซึ่งมักจะอ่อนแรงหรือเกิดอาการสั่น หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ทำให้มีความลำบากในการหยิบจับ การปรับปุ่มต่างๆ ของเครื่องช่วยฟัง ส่วนการเลือกเครื่องช่วยฟังในเด็กนั้นจะมีข้อ จำกัดในการเลือกชนิดของเครื่องช่วยฟัง เนื่องจากสภาพการเจริญเติบโตของช่องหู ดังนั้นในเด็กที่มีอายุน้อยกว่านี้ควรใส่เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหูเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนพิมพ์หูเมื่อมีขนาดของช่องหูใหญ่ขึ้น
  3. อาชีพอาชีพเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องนำมาพิจารณาในการเลือกเครื่องช่วยฟังให้เหมาะสมกับผู้ป่วย เช่น ในผู้ป่วยบางรายที่ประกอบอาชีพที่ต้องมีการติดต่อสื่อสารหรือพบปะผู้คนในสังคม อาจมีความต้องการใช้เครื่องช่วยฟังที่มีขนาดเล็กและผู้อื่นมองเห็นไม่ชัดเจน เพื่อภาพลักษณ์ทางสังคม
  4. รูปแบบของเครื่องช่วยฟังและความสะดวกในการใช้งานรูปแบบของเครื่องช่วยฟัง และความสะดวกในการใช้งาน ขึ้นอยู่กับความต้องการและรูปแบบการใช้งานของผู้ป่วย
  5. งบประมาณเครื่องช่วยฟังมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเครื่องช่วยฟัง ซึ่งการเลือกเครื่องช่วยฟัง ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ป่วยและความจำเป็นในการใช้งาน

หลักในการเลือกเครื่องช่วยฟัง

การได้ทดลองฟังเสียงเปรียบเทียบในเครื่องช่วยฟังแต่ละรุ่นจะช่วยในการตัดสินใจซื้อได้อย่างดีที่สุด นอกจากนี้ยังต้อคำนึงถึง

  • งบประมาณ
  • รูปแบบ ทั้งแบบกล่อง แบบทัดหลังหู แบบใส่ในช่องหู แต่ละแบบ จะมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน
  • ระบบคุณภาพเสียง
  • แบบธรรมดา (Analog) เป็นระบบการขยายเสียงที่เป็นมาตรฐานทั่วไป คือ ขยายทุกเสียงที่ผ่านเข้ามาจึงอาจจะก่อให้เกิดความรำคาญสำหรับผู้ที่ใช้งานได้
  • แบบดิจิตอล (Digital) เป็นพัฒนาการล่าสุดของเครื่องช่วยฟังสามารถขยายเสียงพูดได้ชัดเจน ลดเสียงรบกวนได้มาก และสามารถปรับแต่เสียงได้ตามความต้องการ
  • กำลังขยาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังระบบใดก็ตาม ควรเลือกเครื่องที่มีกำลังขยายเพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้
  • แหล่งที่ซื้อ ความเชื่อมั่นว่าท่านจะได้เครื่องที่มีคุณภาพจริง รวมทั้งการบริการหลังการขายความสะดวกสบายในการรับบริการ
  • บริการหลังการขายเครื่องช่วยฟังในปัจจุบันมีด้วยกันหลายยี่ห้อและหลายบริษัท ฉะนั้นการบริการหลังการขายจึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจเลือกเครื่องช่วยฟัง เพราะเครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่ต้องการผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการซ่อมแซมเมื่อเครื่องช่วยฟังมีปัญหา (แล้วบอกว่าร้านเราประกันอย่างไร)