เครื่องช่วยฟัง G25D ระบบอนาล็อก ทัดหลังหู ชาร์จแบต

เครื่องช่วยฟัง G25D ระบบอนาล็อก ทัดหลังหู ชาร์จแบต

ชื่อผลิตภัณฑ์: เครื่องช่วยฟัง G25D

ราคาพิเศษ : 1,290 บาท จากราคาปรกติ 1,450 บาท

>>>>>>>สั่งซื้อเครื่องช่วยฟังG25D<<<<<<

วัตถุประสงค์ในการใช้ : อุปกรณ์เหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้มีปัญหาทางการได้ยิน ได้รับเสียงมากขึ้น และช่วยผู้บกพร่องทางการได้ยินให้เพลิดเพลินกับทีวี ดนตรี การประชุม การสื่อสารกับครอบครัว เพื่อน ฯลฯ..

ข้อบ่งใช้ เครื่องช่วยฟัง G25D : สำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ที่ต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการสูญเสียการได้ยิน

รายละเอียดสินค้า

  • เครื่องช่วยฟังเกี่ยวหู ระบบอนาล็อก-ชาร์จแบตเตอรี่
  • ชาร์จแบตเตอรี่เต็มใช้งานได้สูงสุด 45 ชั่วโมง
  • เหมาะสำหรับผู้เสียการได้ยินเล็กน้อย ถึงรุนแรง
  • ปรับระดับเสียงได้เอง มีสวิตซ์เปิด/ปิด
  • มีโหมดช่องเสียง 4ช่อง สำหรับตัดเสียงรบกวน
  • 1 ชุด มี 1 ข้าง ใช้ได้ทั้งหูซ้าย และหูขวา
  • ใช้อะแดปเตอร์จ่ายไฟ USB DC5v
  • ชาร์จแบตเตอรี่ได้ประมาณ 500 ครั้ง

วิธีใช้เครื่องช่วยฟัง

เครื่องช่วยฟังของคุณแบ่งออกเป็นสามส่วน ตัวเครื่องช่วยฟัง,ท่อสำเสียง และ หูยาง

  1. เสียบหูยางเข้ากับปลายข้องอท่อ
  2. ตัดท่อนำเสียงให้พอดีกับความยาวพอดี โดยให้ท่อตรง ไม่งอ ไม่พับ
  3. ควรตัดทีละน้อย ครั้งละ 1mm เพื่อไม่ให้ตัดสั้นเกินไป
  4. จับปลายท่อเสียบเข้ากับตัวเครื่องช่วยเครื่องฟัง ทำการบิดท่อเข้าไปจนถึงจุดล๊อค
วิธีตัดท่อยางนำเสียง G25D

การปรับโหมดเครื่อง

เมื่อเกิดเสีียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม ได้ยินเสียงลม หรือเสียงซ่า มากเกินไป คุณสามารถกดปุ่ม โหมด การทำงาน คุณจะได้ยินเสียง “บี๊บ” ทุกๆครั้งที่คุณเปลี่ยน โหมดการทำงาน

  • โหมด ปรกติ 1 บี๊บ
  • โหมด ตัดเสียงรบกวน 2บี๊บ
  • โหมด ตัดเสียงรบกวน 3บี๊บ
  • โหมด ตัดเสียงรบกวน 4บี๊บ

การปรับเสียง

เครื่องช่วงฟังแบบคล้องหู BTE ให้คุณสามารถปรับเสียงได้ด้วยตัวเอง โดยการใช้ที่ปรับเสียงแบบกงล้อ จากตัวเลข 0 ถึง 4 โดย 4 เป็นระดับเสียงที่ดังที่สุด ปรับระดับเสียงให้เหมาะสมกับตัวคุณ แล้วทำการบันทึก ระดับเสียงและโหมดตัดเสียงรบกวนไว้

วิธีเพิ่มเสียง G25D

ทำการลดเสียงให้เบาที่สุด แล้วเสียบเข้าไปในหูให้พอดี แล้วค่อยๆปรับเพิ่ม/ลด เสียง (หมุนขึ้นเพื่อเพิ่มเสียง หมุนลงเพื่อลดเสียง)

**สำหรับผู้ใช้บางท่านที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินปรับเสียงให้แล้ว ให้ท่าทำการบันทึก ระดับเสียง หรือถ่ายรูปเอาไว้ เพื่อให้สามารถปรับกลับได้เมื่อคุณลดเสียงก่อนใส่เข้าในรูหู

วิธีการชาร์ตแบตตารี่เครื่องช่วยฟัง

  • เมื่อเสียงเครื่องช่วยฟังได้ยินเบาลง หรือ ไม่ได้ยิน เกิดจากที่แบตตารี่ต่ำ และจะได้ยินเสียง “บี๊บ” ให้ชาร์จแบตตารี่ทันที
  • ปิดเครื่องช่วยฟังทุกครั้ง ถ้าต้องการชาร์จ เสียบปลั๊ก DC.5V/50mA-1A กับที่ชาร์จ
  • เสียบปลั๊ก USB เข้ากับปลั๊กไฟ หรือแหล่งจ่ายไฟภายนอก
  • เครื่องช่วยฟังใหม่ควรจะชาร์จ 6 ชั่วโมง ในช่วงแรกๆที่คุณใช้ หลังจากนั้นใช้เวลาเพียง 4-6ชั่วโมง สำหรับชาร์จ
  • แบตตารี่ ลิเที่ยม 60mAh สามารถใช้ได้ประมาณ 45 ชั่วโมง ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง

(ข้อสำคัญ : อย่าใช้เครื่องช่วยฟังชาร์จกับตัวชาร์จชนิดอื่น และไม่แกะแบตของเครื่องออกมา)

การชาร์จ รุ่น G25

วิธีเก็บรักษา

  • ปิดเครื่องทุกครั้งหลังใช้งาน
  • ถอดถ่านหากไม่ใช้เครื่องเป็นเวลานาน
  • ควรทำความสะอาดที่ลำโพงและไมโครโฟน โดยใช้แปรงขนอ่อน
  • ถอดหูยางออกจากเครื่องช่วยฟังใช้แปรงที่อยู่ในชุดสินค้าปัดทำความสะอาดขี้หู, สิ่งสกปรกหรือเศษสิ่งของต่างๆในหูยางและเครื่องช่วยฟัง
  • หูยางสามารถล้างได้ในน้ำอุ่นแต่ก่อนใช้ต้องเช็ดให้แห้งหากมีน้ำหรือชื้น อาจจะทำให้เครื่องช่วยฟังเสียหายได้
  • ไม่เปิดเครื่องในขณะที่เครื่องอยู่ในกล่อง หรือ ที่แคบที่กำแพงล้อมเครื่อง ให้เกิดเสียงสะท้อน

ข้อควรระวัง

  • ถ้ามีเสียงหวีดหอนให้ตรวจสอบหูยางว่าขนาดเหมาะสมกับหูของเราหรือไม่
  • อย่าเปิดระดับเสียงสูงเป็นเวลานาน อาจจะทำให้คุณเสียการได้ยินได้
  • อย่าให้เครื่องโดนน้ำเหงื่อ หลีกเลี่ยงอากาศ หลังฝนตกหรือพื้นที่ชื้น และอย่าให้เครื่องโดนแสงแดด หรือสิ่งที่ให้ความร้อน
  • การตกหรือโดนน้ำเพียงเล็กน้อย อาจจะทำให้เครื่องเสียหายได้
  • อย่าถอดหรือแกะเครื่องช่วยฟังเอง
  • เก็บเครื่องช่วยฟังให้พ้นมือเด็ก
  • ใช้ตัวชาร์จกับปลั๊กไฟให้ถูกสเปกเท่านั้น หากไม่ทราบ ให้ใช้ตัวที่อยู่ในชุดสินค้า

ข้อห้าม

  • ไม่สามารถใช้สำหรับเด็กได้
  • ห้ามใช้งานหากมีโรคหู

วิธีการแก้ปัญหาเมื่อเครื่องไม่ทำงาน

  • เครื่องปิดอยู่ ให้ผู้ใช้ลองเปิดเครื่องอีกครั้ง
  • หากเปิดแล้ว เป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่หมด ให้ทำการชาร์จแบตเตอรี่

วิธีการแก้ปัญหาเสียงเบา

  • ปุ่มเสียงอยู่ในตำแหน่งเสียงเบา ให้ทำการเพิ่มเสียง
  • หากเพิ่มจนสุดแล้ว เป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่ต่ำ ให้ทำการชาร์จแบตเตอรี่

แผนผังเครื่อง

เครื่องช่วยฟัง G25D ระบบอนาล็อก

คุณลักษณะจำเพาะของเครื่อง

  • Max sound output: 130 ±4dB (เสียงออกสูงสุด)
  • Max sound gain: 38dB ±5dB (เพิ่มเสียงได้สูงสุด)
  • Frequency range: 400-3800Hz (ช่วงคลื่นความถี่)
  • Total harmonic wave distortion: ≤5% (ความผิดเพี้ยนของคลื่นฮาร์มอนิกทั้งหมด)
  • Input noise: ≤28dB (รับเสียงรบกวน)
  • Charger: DC5V/50mA-1A (แท่นชาร์จ)
  • Battery: 40mAh (แบตตารี่)
  • Current: ≤ 2mA (กระแสไฟแท่นชาร์จ)
  • Voltage: D.C.3.7V (ปลั๊กแรงดันไฟ)
คุณสมบัติ เครื่องช่วยฟัง Hearing Aids G25D

สินค้าภายในกล่อง

  1. กล่องสี
  2. เครื่องช่วยฟังแบบเสียบหู
  3. หูยางสำหรับเปลี่ยนให้เหมาะกับแต่ละหู 4 ชิ้น
  4. ท่อยางนำเสียง 2 ชิ้น
  5. ข้องอเชื่อต่อหูยางกับท่อนำเสียง
  6. คู่มือภาษาไทย/อังกฤษ
  7. แปรงทำความสะอาด
  8. ปลั๊กไฟ DC adapter
  9. สาย USD

>>>>>>>สั่งซื้อเครื่องช่วยฟังG25D<<<<<<

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 095-7040095 หรือ Line : @greatears

ดูเครื่องช่วยฟัง ทัดหลังหู ทั้งหมด

ดูเครื่องช่วยฟัง ระบบอนาล็อก ทั้งหมด

เครื่องช่วยฟัง ชาร์จแบตทั้งหมด

ติดต่อผ่าน Facebook

ข้อจำกัดของเครื่องช่วยฟัง

  • คุณภาพเสียงมักไม่เป็นธรรมชาติคล้ายเสียงที่ผ่านลำโพง
  • ความชัดเจนของเสียงจะขึ้นอยู่กับประสาทการได้ยินที่คงเหลืออยู่ของผู้ป่วยแต่ละราย
  • การใส่เครื่องช่วยฟังไม่มีผลต่อการรักษาโรคหูหรือทำให้การสูญเสียการได้ยินของผู้ป่วยหายไป
  • รุ่นอนาล๊อกเสียงจะไม่ใสเท่ารุ่นที่เป็นดิจิตอล
  • ระบบดิจิตอลมีราคาสูงกว่าระบบอนาล๊อก
  • ยิ่งเครื่องช่วยฟังเปิดเสียงได้ดังเท่าไร ก็จะมีเสียงหวีดหอนตามมา แต่ต้องแก้ไขได้

การปรับตัวกับการใช้เครื่องช่วยฟัง

  • การเริ่มใส่ในผู้ใหญ่ เริ่มใส่ในช่วงเวลาสั้นๆ วันละหลายๆ ครั้งและค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาในการใช้นานขึ้นจนใส่ได้ทั้งวันในช่วงแรก หากรู้สึกล้า ให้ถอดเครื่องออก
  • ควรฝึกการฟังเสียงที่เงียบในบ้านและเปิดเสียงเบาๆ ก่อน คุยกับคนๆ เดียวในที่เงียบ และขยายไปที่ที่มีเสียงรบกวนบ้าง จากนั้นเริ่มฝึกฟังและพูดคุยกับคนหลายๆ คน
  • ฝึกฟังเสียงภายนอกโดยเริ่มจากที่เงียบๆ ก่อน และค่อยๆ ขยายไปที่ที่ดังขึ้น โดยลดระดับความดังลง การใส่เครื่องช่วยฟังในระยะแรกๆ นั้นอาจจะยังแยกเสียงไม่ได้ดีนัก ต้องอาศัยการฝึกฟังบ่อยๆ เพื่อให้เกิดการปรับตัวและความคุ้นเคยต่อเสียงที่ขยาย
  • การดูโทรทัศน์ แนะนำให้ดูข่าวก่อน เนื่องจากพิธีกรจะพูดเสียงระดับเดียว ฟังง่าย

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องช่วยฟัง

  • ท่านสามารถขอข้อมูลของเครื่องช่วยฟังได้จากแพทย์ หู คอ จมูก หรือนักโสตสัมผัสวิทยา (นักแก้ไขการได้ยิน) เพื่อไปศึกษาก่อนตัดสินใจใช้เครื่องช่วยฟัง
  • การใช้เครื่องช่วยฟัง ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาและความอดทน เมื่อคุ้นเคยแล้วจะทำให้ ท่านมีความสุขในการฟังเสียงจากเครื่องช่วยฟัง ท่านควรฝึกปรับตัวกับเสียงในสิ่งแวดล้อม หมุนเปลี่ยนระดับความดังเมื่อจำเป็นเท่านั้น ควรใช้ระดับความดังเสียงปกติที่ตั้งไว้
  • เมื่อไปในที่ที่มีเสียงดังมากๆ รู้สึกทนไม่ไหว ให้ถอดเครื่องเก็บ
  • ฝึกฟังแยกแยะเสียงที่คล้ายกัน เช่น ฟัน-ดัน , กบ-ขบ เป็นต้น ซึ่งอาจใช้การอ่านปากช่วย
  • หากมีปัญหาให้รีบมาพบนักแก้ไขการได้ยิน

เราขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยทุกท่าน อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ค่อยๆใส่ ให้เกิดความเคยชิน นะครับ

หลักในการเลือกเครื่องช่วยฟัง

การได้ทดลองฟังเสียงเปรียบเทียบในเครื่องช่วยฟังแต่ละรุ่นจะช่วยในการตัดสินใจซื้อได้อย่างดีที่สุด นอกจากนี้ยังต้อคำนึงถึง

  • งบประมาณ
  • รูปแบบ ทั้งแบบกล่อง แบบทัดหลังหู แบบใส่ในช่องหู แต่ละแบบ จะมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน
  • ระบบคุณภาพเสียง
  • แบบธรรมดา (Analog) เป็นระบบการขยายเสียงที่เป็นมาตรฐานทั่วไป คือ ขยายทุกเสียงที่ผ่านเข้ามาจึงอาจจะก่อให้เกิดความรำคาญสำหรับผู้ที่ใช้งานได้
  • แบบดิจิตอล (Digital) เป็นพัฒนาการล่าสุดของเครื่องช่วยฟังสามารถขยายเสียงพูดได้ชัดเจน ลดเสียงรบกวนได้มาก และสามารถปรับแต่เสียงได้ตามความต้องการ
  • กำลังขยาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังระบบใดก็ตาม ควรเลือกเครื่องที่มีกำลังขยายเพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้
  • แหล่งที่ซื้อ ความเชื่อมั่นว่าท่านจะได้เครื่องที่มีคุณภาพจริง รวมทั้งการบริการหลังการขายความสะดวกสบายในการรับบริการ
  • บริการหลังการขายเครื่องช่วยฟังในปัจจุบันมีด้วยกันหลายยี่ห้อและหลายบริษัท ฉะนั้นการบริการหลังการขายจึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจเลือกเครื่องช่วยฟัง เพราะเครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่ต้องการผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการซ่อมแซมเมื่อเครื่องช่วยฟังมีปัญหา (แล้วบอกว่าร้านเราประกันอย่างไร)

การใส่เครื่องช่วยฟังสองข้าง

ปัจจุบันการได้ยินเสียงยึดหลักว่าได้ยิน 2 หู ดีกว่าได้ยินหูเดียว ดังนั้นการใส่เครื่องช่วยฟัง 2 หู จะมีประโยชน์กว่าเนื่องจาก

  • ช่วยให้เกิดความสมดุลของการรับฟังและสามารถแยกทิศทางของเสียงได้ดีขึ้น (Balance hearing-Localizing sound)
  • สามารถแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ในที่มีเสียงรบกวน (Speech discrimination score)
  • ใช้ความดังลดลงกว่าใส่ข้างเดียว
  • คุณภาพเสียงดีขึ้น เพราะมีความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
  • รู้สึกผ่อนคลายเพราะไม่ต้องคอยตั้งใจฟังหรือหันหูข้างที่ใส่เครื่องเข้าหาคู่สนทนา
  • หูทั้ง2ข้างได้ใช้งานเหมือนกัน

อย่างไรก็ตามในบางครั้งผู้ที่สูญเสียการได้ยินทั้ง2ข้างอาจไม่มีความจำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟังทั้ง2หู บางท่านอาจจะไม่ชอบการใส่สองข้าง จะใส่ข้างเดียวก็ได้
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกว่าจะใส่เครื่องช่วยฟังในหูข้างใดที่จะทำให้ท่านได้ประโยชน์ที่สุด และประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด

เครื่องช่วยฟัง คือ เครื่องขยายเสียงขนาดเล็กที่สามารถใส่ติดไว้ที่หู เพื่อทำหน้าที่ขยายเสียงพูดและเสียงจากสิ่งเเวดล้อมภายนอก ทำให้ผู้ฟังได้ยินเสียงดังขึ้น โดยเครื่องช่วยฟังจะ ไม่สามารถเลือกขยายเสียงเฉพาะเสียงคำพูดโดยไม่มีเสียงรบกวนได้  เครื่องช่วยฟังถือเป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

ประกอบด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น ไมโครโฟน ลำโพง และเครื่องขยายเสียง ปัจจุบันมีสองระบบ คือดิจิตอล กับ อนาล๊อก

วัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สุดของการเลือกเครื่องช่วยฟังก็เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้การได้ยินที่เหลืออยู่(Residual hearing)ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ได้เครื่องที่มีเสียงรบกวนน้อยที่สุดซึ่งจะส่งผลให้การฟังเข้าใจคำพูดดีขึ้น มีความเพี้ยนของเสียงที่ได้ยินน้อยลง

เมื่อไรถึงจะใช้เครื่องช่วยฟัง ?

  • ผู้ป่วยที่สูญเสียการได้ยินซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการให้ยาหรือการผ่าตัด
  • การสูญเสียการได้ยินนั้นมีผลกระทบต่อการสื่อความหมายด้วยการฟังและการพูด
  • การสูญเสียการได้ยินที่มีผลกระทบต่อพัฒนาการทางภาษาและการพูดในเด็ก
  • ผู้ป่วยสูญเสียการได้ยินจากโรคหูที่อาจได้รับประโยชน์จากการผ่าตัด แต่มีข้อห้ามในการผ่าตัดหรือปฏิเสธการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคหูนั้นๆ เช่น เป็นโรคหัวใจ เหลือการได้ยินเพียงข้างเดียว อีกข้างหนึ่งหูหนวก เป็นต้น

การเลือกเครื่องช่วยฟังต้องดูอะไรบ้าง ?

  1. ประเภทและระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยิน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการเลือกกำลังขยายของเครื่องช่วยฟังเพื่อให้เหมาะสมกับระดับการได้ยินของผู้ป่วย
  2. อายุ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นอาจมีปัญหาของกล้ามเนื้อมือซึ่งมักจะอ่อนแรงหรือเกิดอาการสั่น หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ทำให้มีความลำบากในการหยิบจับ การปรับปุ่มต่างๆ ของเครื่องช่วยฟัง ส่วนการเลือกเครื่องช่วยฟังในเด็กนั้นจะมีข้อ จำกัดในการเลือกชนิดของเครื่องช่วยฟัง เนื่องจากสภาพการเจริญเติบโตของช่องหู ดังนั้นในเด็กที่มีอายุน้อยกว่านี้ควรใส่เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหูเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนพิมพ์หูเมื่อมีขนาดของช่องหูใหญ่ขึ้น
  3. อาชีพอาชีพเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องนำมาพิจารณาในการเลือกเครื่องช่วยฟังให้เหมาะสมกับผู้ป่วย เช่น ในผู้ป่วยบางรายที่ประกอบอาชีพที่ต้องมีการติดต่อสื่อสารหรือพบปะผู้คนในสังคม อาจมีความต้องการใช้เครื่องช่วยฟังที่มีขนาดเล็กและผู้อื่นมองเห็นไม่ชัดเจน เพื่อภาพลักษณ์ทางสังคม
  4. รูปแบบของเครื่องช่วยฟังและความสะดวกในการใช้งานรูปแบบของเครื่องช่วยฟัง และความสะดวกในการใช้งาน ขึ้นอยู่กับความต้องการและรูปแบบการใช้งานของผู้ป่วย
  5. งบประมาณเครื่องช่วยฟังมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเครื่องช่วยฟัง ซึ่งการเลือกเครื่องช่วยฟัง ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ป่วยและความจำเป็นในการใช้งาน