เครื่องช่วยฟัง G19 ระบบอนาล็อก ใส่ในรูหู1คู่ ชาร์จแบต พร้อมกล่องชาร์จ

ชื่อผลิตภัณฑ์ : เครื่องช่วยฟัง G19
ราคา 2,390 บาท จากราคาปรกติ 2,590 บาท
>>>>>>>สั่งซื้อเครื่องช่วยฟังG19<<<<<<
วัตถุประสงค์ในการใช้ : อุปกรณ์เหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้มีปัญหาทางการได้ยิน ได้รับเสียงมากขึ้น และช่วยผู้บกพร่องทางการได้ยินให้เพลิดเพลินกับทีวี ดนตรี การประชุม การสื่อสารกับครอบครัว เพื่อน ฯลฯ..
ข้อบ่งใช้ เครื่องช่วยฟัง G19: สำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ที่ต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการสูญเสียการได้ยิน
รายละเอียดสินค้า
- เครื่องช่วยฟังใส่ในรูหู แบบมองไม่เห็นเครื่อง ระบบอนาล็อก-ชาร์จแบตเตอรี่
- ชาร์จแบตเตอรี่เต็มใช้งานได้สูงสุด 24 ชั่วโมง กล่องชาร์จเก็บไฟไว้ชาร์จได้ 4-5ครั้ง
- เหมาะสำหรับผู้เสียการได้ยินเล็กน้อย ถึงปานกลาง
- ปรับระดับเสียงได้เอง มีสวิตช์เปิด/ปิด
- 1 ชุด มี 2 ข้าง สำหรับใส่หูซ้าย และหูขวา
- ใช้อะแดปเตอร์จ่ายไฟ USB DC5v
- ชาร์จแบตเตอรี่ได้ประมาณ 500 ครั้ง
การใส่หูยาง
เลือกหูยางให้เหมาะสมกับคนใช้ นำส่วนเจลนุ่ม เสียบกับส่วนท่อเสียงของเครื่องช่วยฟัง มีหูยางแนบมาให้ 3 ขนาด คือ S M L ลองใช้ตัวเล็กที่สุดก่อน เพื่อหาอันที่เหมาะกับหูคนใช้ ถ้าเกิดเสียงหอน แสดงว่าหูยางเล็กเกินไปสำหรับรูหู ให้เปลี่ยนขนาดที่ใหญ่ขึ้น.

เมื่อเสียบหูยาง ให้ใส่แล้วออกแรงกดเล็กน้อยจนรู้สึกว่าหูยางเข้าตัวล๊อค ตรวจสอบหูยางให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนไหนแนบตัดกับเครื่องช่วยฟัง หรือ ท่อเสียงเพราะอาจปิดกั้นเสียงได้ เมื่อหูยางเข้าที่จะมีช่องว่างเหลือช่องว่างเล็กน้อยระหว่างปลายของเครื่องช่วยฟังกับหูยาง

วิธีการปรับเสียง
ปรับเสียงโดยใช้ไขควงในชุดสินค้า เพิ่มเสียงโดยตามเข็มนาฬิกา ลดเสียงโดยการหมุนทวนเข็มนาฬิกา

หมายเหตุ: เมื่อใส่ครั้งแรกปรับเสียงให้อยู่ในระดับต่ำ แล้วค่อยเพิ่มเสียงเพื่อหาระดับเสียงที่เหมาะกับคนใช้ที่สุด
วิธีใส่ในหู
ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับตัวเครื่อง เสียบเข้าไปใสรูหู (ภาพที่1) ค่อยๆดันเข้าไป การดึงหลังใบหูช่วยให้ใส่ง่ายขึ้น ใช้นิ้วชี้กดเบาๆ เพื่อปรับทิศทาง การขยับขากรรไกรปากจะช่วยให้เครื่องเข้าที่ได้ (ภาพที่2)

วิธีการชาร์จแบตตารี่
- เมื่อเครื่อง เสียงหายไปหรือการทำงานไม่ปรกติ เป็นไปได้ว่าเกิดจากแบตตารี่ต่ำ ให้ทำการชาร์จแบตตารี่
- ปิดเครื่องไปที่ OFF ก่อนใส่แท่นชาร์จ

- ปิดฝา จะมีไฟสีเขียวขึ้นมา เมื่อแบตตารี่เต็ม ไฟสีเขียวจะหายไป
- เสียบสาย USB โดยใช้ด้านเล็ก(otg)เสียบเข้ากับตัวเครื่อง (ภาพที่5) และ ด้านใหญ่(usb) เข้ากับปลั๊กที่มาในชุดสินค้า เสียบไฟ 220V
- ไฟสถานะจะเป็นสีแดง และดับหลังชาร์จเต็ม (ภาพที่6)

วิธีถอดเครื่องช่วยฟัง
จับสายช่วยถอดด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้ค่อยดึงจากรูหู ในขณะที่ถอด เปิดปิดปาก หรือขยับขากรรไกรปาก และพับหลังหู เพื่อช่วยให้ถอดออกได้ง่ายขึ้น

การถอดหรือใส่ ต้องทำด้วยความระวัง เรื่องการตกเป็นพิเศษ เพราะการตกเพียงครั้งเดียวอาจจะทำให้เครื่องเสียหายได้ ควรหาแผ่นรองที่มีความนุ่มมารองไว้ป้องกันเครื่องตก
การทำความสะอาด เครื่องช่วยฟัง
ถอดหูยางออกจากเครื่องช่วยฟัง ใช้แปรงที่อยู่ในชุดสินค้าปัดทำความสะอาดขี้หู,สิ่งสกปรก หรือ เศษสิ่งของต่างๆ ในหูยางและเครื่องช่วยฟัง หูยางสามารถล้างได้ในน้ำอุ่น แต่ก่อนใช้ต้องเช็ดให้แห้ง หากมีน้ำหรือชื้น อาจจะทำให้เครื่องช่วยฟังเสียหายได้

วิธีเก็บรักษา
- ปิดเครื่องทุกครั้งหลังใช้งาน
- ถอดถ่านหากไม่ใช้เครื่องเป็นเวลานาน
- ควรทำความสะอาดที่ลำโพงและไมโครโฟน โดยใช้แปรงขนอ่อน
- ถอดหูยางออกจากเครื่องช่วยฟังใช้แปรงที่อยู่ในชุดสินค้าปัดทำความสะอาดขี้หู, สิ่งสกปรกหรือเศษสิ่งของต่างๆในหูยางและเครื่องช่วยฟัง
- หูยางสามารถล้างได้ในน้ำอุ่นแต่ก่อนใช้ต้องเช็ดให้แห้งหากมีน้ำหรือชื้น อาจจะทำให้เครื่องช่วยฟังเสียหายได้
- ไม่เปิดเครื่องในขณะที่เครื่องอยู่ในกล่อง หรือ ที่แคบที่กำแพงล้อมเครื่อง ให้เกิดเสียงสะท้อน
ข้อควรระวัง
- ถ้ามีเสียงหวีดหอนให้ตรวจสอบหูยางว่าขนาดเหมาะสมกับหูของเราหรือไม่
- อย่าเปิดระดับเสียงสูงเป็นเวลานาน อาจจะทำให้คุณเสียการได้ยินได้
- อย่าให้เครื่องโดนน้ำเหงื่อ หลีกเลี่ยงอากาศ หลังฝนตกหรือพื้นที่ชื้น และอย่าให้เครื่องโดนแสงแดด หรือสิ่งที่ให้ความร้อน
- การตกหรือโดนน้ำเพียงเล็กน้อย อาจจะทำให้เครื่องเสียหายได้
- อย่าถอดหรือแกะเครื่องช่วยฟังเอง
- เก็บเครื่องช่วยฟังให้พ้นมือเด็ก
- ใช้ตัวชาร์จกับปลั๊กไฟให้ถูกสเปกเท่านั้น หากไม่ทราบ ให้ใช้ตัวที่อยู่ในชุดสินค้า
ข้อห้าม
- ไม่สามารถใช้สำหรับเด็กได้
- ห้ามใช้งานหากมีโรคหู
วิธีการแก้ปัญหาเมื่อเครื่องไม่ทำงาน
- เครื่องปิดอยู่ ให้ผู้ใช้ลองเปิดเครื่องอีกครั้ง
- หากเปิดแล้ว เป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่หมด ให้ทำการชาร์จแบตเตอรี่
วิธีการแก้ปัญหาเสียงเบา
- ปุ่มเสียงอยู่ในตำแหน่งเสียงเบา ให้ทำการเพิ่มเสียง
- หากเพิ่มจนสุดแล้ว เป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่ต่ำ ให้ทำการชาร์จแบตเตอรี่
แผนผังเครื่อง


คุณลักษณะจำเพาะของเครื่อง
- Max sound output: 117 ±3dB (เสียงออกสูงสุด)
- Full on Acoustic Gain: ≤ 33dB (เพิ่มเสียงได้สูงสุด)
- Frequency range: 300-4500Hz (ช่วงคลื่นความถี่)
- THD Ratio: ≤ 2% (at 1600 Hz) (ความผิดเพี้ยนของคลื่นฮาร์มอนิกทั้งหมด)
- Input noise: ≤ 28dB (รับเสียงรบกวน)

สินค้าภายในกล่อง
- กล่องสี
- เครื่องช่วยฟังแบบเสียบหู CIC 1 คู่
- หูยางสำหรับเปลี่ยนให้เหมาะกับแต่ละหู 8 คู่
- คู่มือภาษาไทย/อังกฤษ
- แปรงทำความสะอาด 2 ชิ้น
- ไขควงปรับเสียง 2 ชิ้น
- ปลั๊กไฟ DC adapter
- แท่นชาร์จเก็บไฟ Power bank charger
- สาย USB
>>>>>>>สั่งซื้อเครื่องช่วยฟังG19<<<<<<
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 095-7040095 หรือ Line : @greatears
ดูเครื่องช่วยฟัง ใส่ในรูหู CIC ทั้งหมด
ดูเครื่องช่วยฟัง ระบบอนาล็อก ทั้งหมด
ดูเครื่องช่วยฟัง ชาร์จแบตทั้งหมด
ความรู้ การใส่เครื่องช่วยฟัง 2ข้าง
การใส่เครื่องช่วยฟัง 2ข้าง ปัจจุบันการได้ยินเสียงยึดหลักว่าได้ยิน 2 หู ดีกว่าได้ยินหูเดียว ดังนั้นการใส่เครื่องช่วยฟัง 2 หู จะมีประโยชน์กว่าเนื่องจาก
- ช่วยให้เกิดความสมดุลของการรับฟังและสามารถแยกทิศทางของเสียงได้ดีขึ้น (Balance hearing-Localizing sound)
- สามารถแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ในที่มีเสียงรบกวน (Speech discrimination score)
- ใช้ความดังลดลงกว่าใส่ข้างเดียว
- คุณภาพเสียงดีขึ้น เพราะมีความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
- รู้สึกผ่อนคลายเพราะไม่ต้องคอยตั้งใจฟังหรือหันหูข้างที่ใส่เครื่องเข้าหาคู่สนทนา
- หูทั้ง2ข้างได้ใช้งานเหมือนกัน
อย่างไรก็ตามการใส่เครื่องช่วยฟัง 2ข้าง ในบางครั้งผู้ที่สูญเสียการได้ยินทั้ง2ข้าง อาจไม่มีความจำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟังทั้ง2หู บางท่านอาจจะไม่ชอบการใส่สองข้าง จะใส่ข้างเดียวก็ได้
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกว่าจะใส่เครื่องช่วยฟังในหูข้างใดที่จะทำให้ท่านได้ประโยชน์ที่สุด และประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องช่วยฟัง
- ท่านสามารถขอข้อมูลของเครื่องช่วยฟังได้จากแพทย์ หู คอ จมูก หรือนักโสตสัมผัสวิทยา (นักแก้ไขการได้ยิน) เพื่อไปศึกษาก่อนตัดสินใจใช้เครื่องช่วยฟัง
- การใช้เครื่องช่วยฟัง ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาและความอดทน เมื่อคุ้นเคยแล้วจะทำให้ ท่านมีความสุขในการฟังเสียงจากเครื่องช่วยฟัง ท่านควรฝึกปรับตัวกับเสียงในสิ่งแวดล้อม หมุนเปลี่ยนระดับความดังเมื่อจำเป็นเท่านั้น ควรใช้ระดับความดังเสียงปกติที่ตั้งไว้
- เมื่อไปในที่ที่มีเสียงดังมากๆ รู้สึกทนไม่ไหว ให้ถอดเครื่องเก็บ
- ฝึกฟังแยกแยะเสียงที่คล้ายกัน เช่น ฟัน-ดัน , กบ-ขบ เป็นต้น ซึ่งอาจใช้การอ่านปากช่วย
- หากมีปัญหาให้รีบมาพบนักแก้ไขการได้ยิน
ข้อจำกัดของเครื่องช่วยฟัง
- คุณภาพเสียงมักไม่เป็นธรรมชาติคล้ายเสียงที่ผ่านลำโพง
- ความชัดเจนของเสียงจะขึ้นอยู่กับประสาทการได้ยินที่คงเหลืออยู่ของผู้ป่วยแต่ละราย
- การใส่เครื่องช่วยฟังไม่มีผลต่อการรักษาโรคหูหรือทำให้การสูญเสียการได้ยินของผู้ป่วยหายไป
- รุ่นอนาล๊อกเสียงจะไม่ใสเท่ารุ่นที่เป็นดิจิตอล
- ระบบดิจิตอลมีราคาสูงกว่าระบบอนาล๊อก
- ยิ่งเครื่องช่วยฟังเปิดเสียงได้ดังเท่าไร ก็จะมีเสียงหวีดหอนตามมา แต่ต้องแก้ไขได้
เครื่องช่วยฟัง คือ เครื่องขยายเสียงขนาดเล็กที่สามารถใส่ติดไว้ที่หู เพื่อทำหน้าที่ขยายเสียงพูดและเสียงจากสิ่งเเวดล้อมภายนอก ทำให้ผู้ฟังได้ยินเสียงดังขึ้น โดยเครื่องช่วยฟังจะ ไม่สามารถเลือกขยายเสียงเฉพาะเสียงคำพูดโดยไม่มีเสียงรบกวนได้ เครื่องช่วยฟังถือเป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
ประกอบด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น ไมโครโฟน ลำโพง และเครื่องขยายเสียง ปัจจุบันมีสองระบบ คือดิจิตอล กับ อนาล๊อก
วัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สุดของการเลือกเครื่องช่วยฟังก็เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้การได้ยินที่เหลืออยู่(Residual hearing)ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ได้เครื่องที่มีเสียงรบกวนน้อยที่สุดซึ่งจะส่งผลให้การฟังเข้าใจคำพูดดีขึ้น มีความเพี้ยนของเสียงที่ได้ยินน้อยลง
เมื่อไรถึงจะใช้เครื่องช่วยฟัง ?
- ผู้ป่วยที่สูญเสียการได้ยินซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการให้ยาหรือการผ่าตัด
- การสูญเสียการได้ยินนั้นมีผลกระทบต่อการสื่อความหมายด้วยการฟังและการพูด
- การสูญเสียการได้ยินที่มีผลกระทบต่อพัฒนาการทางภาษาและการพูดในเด็ก
- ผู้ป่วยสูญเสียการได้ยินจากโรคหูที่อาจได้รับประโยชน์จากการผ่าตัด แต่มีข้อห้ามในการผ่าตัดหรือปฏิเสธการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคหูนั้นๆ เช่น เป็นโรคหัวใจ เหลือการได้ยินเพียงข้างเดียว อีกข้างหนึ่งหูหนวก เป็นต้น
การเลือกเครื่องช่วยฟังต้องดูอะไรบ้าง ?
- ประเภทและระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยิน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการเลือกกำลังขยายของเครื่องช่วยฟังเพื่อให้เหมาะสมกับระดับการได้ยินของผู้ป่วย
- อายุ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นอาจมีปัญหาของกล้ามเนื้อมือซึ่งมักจะอ่อนแรงหรือเกิดอาการสั่น หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ทำให้มีความลำบากในการหยิบจับ การปรับปุ่มต่างๆ ของเครื่องช่วยฟัง ส่วนการเลือกเครื่องช่วยฟังในเด็กนั้นจะมีข้อ จำกัดในการเลือกชนิดของเครื่องช่วยฟัง เนื่องจากสภาพการเจริญเติบโตของช่องหู ดังนั้นในเด็กที่มีอายุน้อยกว่านี้ควรใส่เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหูเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนพิมพ์หูเมื่อมีขนาดของช่องหูใหญ่ขึ้น
- อาชีพอาชีพเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องนำมาพิจารณาในการเลือกเครื่องช่วยฟังให้เหมาะสมกับผู้ป่วย เช่น ในผู้ป่วยบางรายที่ประกอบอาชีพที่ต้องมีการติดต่อสื่อสารหรือพบปะผู้คนในสังคม อาจมีความต้องการใช้เครื่องช่วยฟังที่มีขนาดเล็กและผู้อื่นมองเห็นไม่ชัดเจน เพื่อภาพลักษณ์ทางสังคม
- รูปแบบของเครื่องช่วยฟังและความสะดวกในการใช้งานรูปแบบของเครื่องช่วยฟัง และความสะดวกในการใช้งาน ขึ้นอยู่กับความต้องการและรูปแบบการใช้งานของผู้ป่วย
- งบประมาณเครื่องช่วยฟังมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเครื่องช่วยฟัง ซึ่งการเลือกเครื่องช่วยฟัง ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ป่วยและความจำเป็นในการใช้งาน
หลักในการเลือกเครื่องช่วยฟัง
การได้ทดลองฟังเสียงเปรียบเทียบในเครื่องช่วยฟังแต่ละรุ่นจะช่วยในการตัดสินใจซื้อได้อย่างดีที่สุด นอกจากนี้ยังต้อคำนึงถึง
- งบประมาณ
- รูปแบบ ทั้งแบบกล่อง แบบทัดหลังหู แบบใส่ในช่องหู แต่ละแบบ จะมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน
- ระบบคุณภาพเสียง
- แบบธรรมดา (Analog) เป็นระบบการขยายเสียงที่เป็นมาตรฐานทั่วไป คือ ขยายทุกเสียงที่ผ่านเข้ามาจึงอาจจะก่อให้เกิดความรำคาญสำหรับผู้ที่ใช้งานได้
- แบบดิจิตอล (Digital) เป็นพัฒนาการล่าสุดของเครื่องช่วยฟังสามารถขยายเสียงพูดได้ชัดเจน ลดเสียงรบกวนได้มาก และสามารถปรับแต่เสียงได้ตามความต้องการ
- กำลังขยาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังระบบใดก็ตาม ควรเลือกเครื่องที่มีกำลังขยายเพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้
- แหล่งที่ซื้อ ความเชื่อมั่นว่าท่านจะได้เครื่องที่มีคุณภาพจริง รวมทั้งการบริการหลังการขายความสะดวกสบายในการรับบริการ
- บริการหลังการขายเครื่องช่วยฟังในปัจจุบันมีด้วยกันหลายยี่ห้อและหลายบริษัท ฉะนั้นการบริการหลังการขายจึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจเลือกเครื่องช่วยฟัง เพราะเครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่ต้องการผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการซ่อมแซมเมื่อเครื่องช่วยฟังมีปัญหา (แล้วบอกว่าร้านเราประกันอย่างไร)
การปรับตัวกับการใช้เครื่องช่วยฟัง
- การเริ่มใส่ในผู้ใหญ่ เริ่มใส่ในช่วงเวลาสั้นๆ วันละหลายๆ ครั้งและค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาในการใช้นานขึ้นจนใส่ได้ทั้งวันในช่วงแรก หากรู้สึกล้า ให้ถอดเครื่องออก
- ควรฝึกการฟังเสียงที่เงียบในบ้านและเปิดเสียงเบาๆ ก่อน คุยกับคนๆ เดียวในที่เงียบ และขยายไปที่ที่มีเสียงรบกวนบ้าง จากนั้นเริ่มฝึกฟังและพูดคุยกับคนหลายๆ คน
- ฝึกฟังเสียงภายนอกโดยเริ่มจากที่เงียบๆ ก่อน และค่อยๆ ขยายไปที่ที่ดังขึ้น โดยลดระดับความดังลง การใส่เครื่องช่วยฟังในระยะแรกๆ นั้นอาจจะยังแยกเสียงไม่ได้ดีนัก ต้องอาศัยการฝึกฟังบ่อยๆ เพื่อให้เกิดการปรับตัวและความคุ้นเคยต่อเสียงที่ขยาย
- การดูโทรทัศน์ แนะนำให้ดูข่าวก่อน เนื่องจากพิธีกรจะพูดเสียงระดับเดียว ฟังง่าย