เครื่องช่วยฟัง G21 ทัดหลังหู ระบบอนาล็อก-ใส่ถ่าน

เครื่องช่วยฟัง G21 ทัดหลังหู ระบบอนาล็อก-ใส่ถ่าน

ชื่อผลิตภัณฑ์ : เครื่องช่วยฟัง G21

ราคา 700 บาท ฟรี ถ่าน Rayovac 1แผง 6ก้อน จากราคาปรกติ 790บาท

>>>>>>>สั่งซื้อเครื่องช่วยฟังG21<<<<<<

วัตถุประสงค์ในการใช้ : อุปกรณ์เหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้มีปัญหาทางการได้ยิน ได้รับเสียงมากขึ้น และช่วยผู้บกพร่องทางการได้ยินให้เพลิดเพลินกับทีวี ดนตรี การประชุม การสื่อสารกับครอบครัว เพื่อน ฯลฯ..

ข้อบ่งใช้ เครื่องช่วยฟัง G21 : สำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ที่ต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการสูญเสียการได้ยิน

รายละเอียดสินค้า เครื่องช่วยฟัง G21

  • เครื่องช่วยฟังเกี่ยวหู ระบบอนาล็อก-ใส่ถ่าน
  • ใช้ถ่านเซลล์(ถ่านกระดุม) ขนาด 13 หรือ AG5 ถ่านใช้งานสูงสุดไม่เกิน 150ชั่วโมง
  • เหมาะสำหรับผู้เสียการได้ยินเล็กน้อย ถึงปานกลาง
  • ปรับระดับเสียงได้ แต่ไม่มีสวิตช์เปิด/ปิด
  • 1 ชุด มี 1 ข้าง ใช้ได้ทั้งหูซ้าย และหูขวา
  • มีระบบ N-H Trimmer สำหรับปรับเสียงรบกวน

วิธีการใช้ เครื่องช่วยฟัง G21

  • เปิดถาดใส่ถ่านวางถ่านลงบนถาดให้พอดี โดยเอาด้านที่มีเครื่องหมาย + ไว้ด้านบน
  • ใส่หูยางที่มีขนาดเหมาะสมกับรูหูคนใช้ โดยให้มีอากาศเข้าไปน้อยที่สุด แต่ไม่แน่นจนใส่ไม่สบาย
  • ตอนใส่หูยางให้ใส่ไปแล้วเลื่อนขึ้นและกดลง จะให้เครื่องแน่น และอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
  • เปิดเสียงเครื่องช่วยฟัง
  • หากตอนเพิ่มเสียงมีเสียงหอน ให้ปรับมุม และให้ทำการเปลี่ยนหูยางไปอันที่เกิดเสียงหอนน้อยที่สุด
  • ปรับลดเสียงให้ต่ำสุด และถอดถ่านทุกครั้งออกเมื่อไม่ใช้

เครื่องช่วยการได้ยิน แบบเสียบหูใส่ถ่าน

  • เสียงใส และดัง
  • มีสวิตเปิด/ปิด เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตตารี่
  • เสียงเพิ่มได้สูงสุด 125dB
  • เสียงสะท้อน(เสียงหอน) น้อยกว่า 40dB
  • ใส่ถ่านได้สองขนาด
    • AG5 ใช้งานได้ประมาณ 80-100ชม.
    • A13 ใช้งานได้ประมาณ 300ชม.
    • ค่านี้เป็นรายการจากทางห้องปฏิบัติการ ระยะเวลาการใช้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยของการใช้งานแต่ละบุคคล
  • ไม่มีอายุการใช้งาน ไม่มีแบ็ตตารี่เสื่อม
  • ใส่ได้ทั้งหูซ้ายและขวา
  • ใช้ใส่ทำงาน คุยกับเพื่อนร่วมงาน คุยกับคนในครอบครัว ดูทีวี ฟังเพลง

วิธีเก็บรักษา

  • ปิดเครื่องทุกครั้งหลังใช้งาน
  • ถอดถ่านหากไม่ใช้เครื่องเป็นเวลานาน
  • ควรทำความสะอาดที่ลำโพงและไมโครโฟน โดยใช้แปรงขนอ่อน
  • ถอดหูยางออกจากเครื่องช่วยฟังใช้แปรงที่อยู่ในชุดสินค้าปัดทำความสะอาดขี้หู, สิ่งสกปรกหรือเศษสิ่งของต่างๆในหูยางและเครื่องช่วยฟัง
  • หูยางสามารถล้างได้ในน้ำอุ่นแต่ก่อนใช้ต้องเช็ดให้แห้งหากมีน้ำหรือชื้น อาจจะทำให้เครื่องช่วยฟังเสียหายได้
  • ไม่เปิดเครื่องในขณะที่เครื่องอยู่ในกล่อง หรือ ที่แคบที่กำแพงล้อมเครื่อง ให้เกิดเสียงสะท้อน

ข้อควรระวัง

  • ถ้ามีเสียงหวีดหอนให้ตรวจสอบหูยางว่าขนาดเหมาะสมกับหูของเราหรือไม่
  • อย่าเปิดระดับเสียงสูงเป็นเวลานาน อาจจะทำให้คุณเสียการได้ยินได้
  • อย่าให้เครื่องโดนน้ำเหงื่อ หลีกเลี่ยงอากาศ หลังฝนตกหรือพื้นที่ชื้น และอย่าให้เครื่องโดนแสงแดด หรือสิ่งที่ให้ความร้อน
  • การตกหรือโดนน้ำเพียงเล็กน้อย อาจจะทำให้เครื่องเสียหายได้
  • อย่าถอดหรือแกะเครื่องช่วยฟังเอง
  • เก็บเครื่องช่วยฟังให้พ้นมือเด็ก
  • ทิ้งถ่านเก่าที่ใช้แล้วโดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อม

ข้อห้าม

  • ไม่สามารถใช้สำหรับเด็กได้
  • ห้ามใช้งานหากมีโรคหู

ข้อจำกัดด้านถ่าน : ใส่ถ่านได้สองขนาด

  • AG5 ใช้งานได้ประมาณ 80-100ชม.
  • A13 ใช้งานได้ไม่เกิน 300ชม.

**ค่านี้เป็นรายการจากทางห้องปฏิบัติการ ระยะเวลาการใช้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยของการใช้งานแต่ละบุคคล

ปัญหาหากเครื่องช่วยการได้ยิน อาจเกิดได้จาก

  • เสียงอยู่ในระดับต่ำสุดหรือไม่
  • ถ่านเสียบในตำแหน่งที่ถูกต้อง
  • ถ่านมีไฟฟ้าหรือไม่
  • หูฟังเสียหาย หรือ แตกหัก หรือไม่

ปัญหาได้ยินเสียงเบา อาจเกิดได้จาก

  • เสียงเปิดอยู่ในระดับที่เบา
  • ถ่านอ่อน ควรเปลี่ยนถ่านใหม่

แผนผังเครื่อง

คุณลักษณะจำเพาะของเครื่อง

  • Max sound output: 125 ±5dB (เสียงออกสูงสุด)
  • Full on Acoustic Gain: ≤ 45dB (เพิ่มเสียงได้สูงสุด)
  • Frequency range: 500-4500Hz (ช่วงคลื่นความถี่)
  • THD Ratio: ≤ 2% (at 1600 Hz) (ความผิดเพี้ยนของคลื่นฮาร์มอนิกทั้งหมด)
  • Input noise: ≤ 28dB (รับเสียงรบกวน)
  • ขนาดถ่าน A13 หรือ AG5

สินค้าภายในกล่อง

  1. กล่องสี
  2. เครื่องช่วยฟังแบบคล้องหู
  3. หูยางสำหรับเปลี่ยนให้เหมาะกับแต่ละหู 5 ชิ้น
  4. คู่มือภาษาไทย/อังกฤษ
  5. ถ่านขนาด AG5 1 ก้อน.
  6. ถ่านขนาด A13 1แผง

>>>>>>>สั่งซื้อเครื่องช่วยฟังG21<<<<<<

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 095-7040095 หรือ Line : @greatears

ดูเครื่องช่วยฟัง ทัดหลังหู ทั้งหมด

ดูเครื่องช่วยฟัง ระบบอนาล็อก ทั้งหมด

ดูเครื่องช่วยฟัง ใส่ถ่านทั้งหมด

ติดต่อผ่าน Facebook

เมื่อไรถึงจะใช้เครื่องช่วยฟัง ?

  • ผู้ป่วยที่สูญเสียการได้ยินซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการให้ยาหรือการผ่าตัด
  • การสูญเสียการได้ยินนั้นมีผลกระทบต่อการสื่อความหมายด้วยการฟังและการพูด
  • การสูญเสียการได้ยินที่มีผลกระทบต่อพัฒนาการทางภาษาและการพูดในเด็ก
  • ผู้ป่วยสูญเสียการได้ยินจากโรคหูที่อาจได้รับประโยชน์จากการผ่าตัด แต่มีข้อห้ามในการผ่าตัดหรือปฏิเสธการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคหูนั้นๆ เช่น เป็นโรคหัวใจ เหลือการได้ยินเพียงข้างเดียว อีกข้างหนึ่งหูหนวก เป็นต้น

การเลือกเครื่องช่วยฟังต้องดูอะไรบ้าง ?

  1. ประเภทและระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยิน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการเลือกกำลังขยายของเครื่องช่วยฟังเพื่อให้เหมาะสมกับระดับการได้ยินของผู้ป่วย
  2. อายุ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นอาจมีปัญหาของกล้ามเนื้อมือซึ่งมักจะอ่อนแรงหรือเกิดอาการสั่น หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ทำให้มีความลำบากในการหยิบจับ การปรับปุ่มต่างๆ ของเครื่องช่วยฟัง ส่วนการเลือกเครื่องช่วยฟังในเด็กนั้นจะมีข้อ จำกัดในการเลือกชนิดของเครื่องช่วยฟัง เนื่องจากสภาพการเจริญเติบโตของช่องหู ดังนั้นในเด็กที่มีอายุน้อยกว่านี้ควรใส่เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหูเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนพิมพ์หูเมื่อมีขนาดของช่องหูใหญ่ขึ้น
  3. อาชีพอาชีพเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องนำมาพิจารณาในการเลือกเครื่องช่วยฟังให้เหมาะสมกับผู้ป่วย เช่น ในผู้ป่วยบางรายที่ประกอบอาชีพที่ต้องมีการติดต่อสื่อสารหรือพบปะผู้คนในสังคม อาจมีความต้องการใช้เครื่องช่วยฟังที่มีขนาดเล็กและผู้อื่นมองเห็นไม่ชัดเจน เพื่อภาพลักษณ์ทางสังคม
  4. รูปแบบของเครื่องช่วยฟังและความสะดวกในการใช้งานรูปแบบของเครื่องช่วยฟัง และความสะดวกในการใช้งาน ขึ้นอยู่กับความต้องการและรูปแบบการใช้งานของผู้ป่วย
  5. งบประมาณเครื่องช่วยฟังมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเครื่องช่วยฟัง ซึ่งการเลือกเครื่องช่วยฟัง ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ป่วยและความจำเป็นในการใช้งาน

หลักในการเลือกเครื่องช่วยฟัง

การได้ทดลองฟังเสียงเปรียบเทียบในเครื่องช่วยฟังแต่ละรุ่นจะช่วยในการตัดสินใจซื้อได้อย่างดีที่สุด นอกจากนี้ยังต้อคำนึงถึง

  • งบประมาณ
  • รูปแบบ ทั้งแบบกล่อง แบบทัดหลังหู แบบใส่ในช่องหู แต่ละแบบ จะมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน
  • ระบบคุณภาพเสียง
  • แบบธรรมดา (Analog) เป็นระบบการขยายเสียงที่เป็นมาตรฐานทั่วไป คือ ขยายทุกเสียงที่ผ่านเข้ามาจึงอาจจะก่อให้เกิดความรำคาญสำหรับผู้ที่ใช้งานได้
  • แบบดิจิตอล (Digital) เป็นพัฒนาการล่าสุดของเครื่องช่วยฟังสามารถขยายเสียงพูดได้ชัดเจน ลดเสียงรบกวนได้มาก และสามารถปรับแต่เสียงได้ตามความต้องการ
  • กำลังขยาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังระบบใดก็ตาม ควรเลือกเครื่องที่มีกำลังขยายเพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้
  • แหล่งที่ซื้อ ความเชื่อมั่นว่าท่านจะได้เครื่องที่มีคุณภาพจริง รวมทั้งการบริการหลังการขายความสะดวกสบายในการรับบริการ
  • บริการหลังการขายเครื่องช่วยฟังในปัจจุบันมีด้วยกันหลายยี่ห้อและหลายบริษัท ฉะนั้นการบริการหลังการขายจึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจเลือกเครื่องช่วยฟัง เพราะเครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่ต้องการผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการซ่อมแซมเมื่อเครื่องช่วยฟังมีปัญหา (แล้วบอกว่าร้านเราประกันอย่างไร)

การใส่เครื่องช่วยฟังสองข้าง

ปัจจุบันการได้ยินเสียงยึดหลักว่าได้ยิน 2 หู ดีกว่าได้ยินหูเดียว ดังนั้นการใส่เครื่องช่วยฟัง 2 หู จะมีประโยชน์กว่าเนื่องจาก

  • ช่วยให้เกิดความสมดุลของการรับฟังและสามารถแยกทิศทางของเสียงได้ดีขึ้น (Balance hearing-Localizing sound)
  • สามารถแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ในที่มีเสียงรบกวน (Speech discrimination score)
  • ใช้ความดังลดลงกว่าใส่ข้างเดียว
  • คุณภาพเสียงดีขึ้น เพราะมีความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
  • รู้สึกผ่อนคลายเพราะไม่ต้องคอยตั้งใจฟังหรือหันหูข้างที่ใส่เครื่องเข้าหาคู่สนทนา
  • หูทั้ง2ข้างได้ใช้งานเหมือนกัน

อย่างไรก็ตามในบางครั้งผู้ที่สูญเสียการได้ยินทั้ง2ข้างอาจไม่มีความจำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟังทั้ง2หู บางท่านอาจจะไม่ชอบการใส่สองข้าง จะใส่ข้างเดียวก็ได้
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกว่าจะใส่เครื่องช่วยฟังในหูข้างใดที่จะทำให้ท่านได้ประโยชน์ที่สุด และประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด

ข้อจำกัดของเครื่องช่วยฟัง

  • คุณภาพเสียงมักไม่เป็นธรรมชาติคล้ายเสียงที่ผ่านลำโพง
  • ความชัดเจนของเสียงจะขึ้นอยู่กับประสาทการได้ยินที่คงเหลืออยู่ของผู้ป่วยแต่ละราย
  • การใส่เครื่องช่วยฟังไม่มีผลต่อการรักษาโรคหูหรือทำให้การสูญเสียการได้ยินของผู้ป่วยหายไป
  • รุ่นอนาล๊อกเสียงจะไม่ใสเท่ารุ่นที่เป็นดิจิตอล
  • ระบบดิจิตอลมีราคาสูงกว่าระบบอนาล๊อก
  • ยิ่งเครื่องช่วยฟังเปิดเสียงได้ดังเท่าไร ก็จะมีเสียงหวีดหอนตามมา แต่ต้องแก้ไขได้